CARS X
  1. หน้าแรก
  2. ...
  3. ภาษีรถยนต์คืออะไร และทำไมปี 2569 ถึงสำคัญกว่าที่เคย?
ภาษีรถยนต์คืออะไร และทำไมปี 2569 ถึงสำคัญกว่าที่เคย?

ภาษีรถยนต์คืออะไร และทำไมปี 2569 ถึงสำคัญกว่าที่เคย?

ภาษีและประกันภัยรถยนต์ปี 2569

อัปเดตกฎหมายใหม่ที่คนใช้รถต้องรู้ ครบทุกประเด็นก่อนต่อภาษี

ในปี 2569 การใช้รถยนต์ในประเทศไทยไม่ได้ดูแค่ “มีรถก็ขับได้” อีกต่อไป เพราะกฎหมายด้าน ภาษีและประกันภัยรถยนต์ มีการบังคับใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งในระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก และการเชื่อมโยงข้อมูลกับบริษัทประกันโดยตรง หากขาดความเข้าใจ อาจทำให้ต่อภาษีไม่ได้ เสียค่าปรับ หรือสูญเสียความคุ้มครองโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้จัดทำโดย CARS X เพื่อสรุปข้อมูล ภาษีและประกันภัยรถยนต์ปี 2569 แบบละเอียดทุกแง่มุม ครอบคลุมทั้งรถใหม่และ รถมือสอง พร้อมอธิบายกฎหมายล่าสุดที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องรู้

ภาษีรถยนต์คืออะไร และทำไมปี 2569 ถึงสำคัญกว่าที่เคย

ภาษีรถยนต์ คือค่าธรรมเนียมรายปีที่เจ้าของรถต้องชำระให้รัฐ เพื่อให้รถสามารถใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย หากไม่ชำระภาษี จะถือว่ารถ “ขาดภาษี” และมีความผิดตามกฎหมาย

ในปี 2569 ระบบภาษีรถยนต์ถูกพัฒนาให้เชื่อมโยงกับฐานข้อมูล ประกันภัยรถยนต์ โดยตรง นั่นหมายความว่า หากข้อมูลไม่ครบ ระบบจะไม่อนุญาตให้ต่อภาษี ไม่ว่าคุณจะใช้รถใหม่หรือ รถมือสอง

CARS X ขอเน้นย้ำว่า ภาษีรถยนต์ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะส่งผลต่อสิทธิ์การใช้งานรถโดยตรง

เป้าหมายของโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ปี 2569

โครงสร้างภาษีรถยนต์ปี 2569 ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถูกออกแบบเพื่อสนับสนุนเป้าหมายหลายประการ ได้แก่

  1. ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) และมลพิษจากการขับขี่รถยนต์ ICE
  2. ส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
  3. ปรับแรงจูงใจทางภาษีให้สอดคล้องกับแนวทางอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก
  4. ผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและใช้ยานยนต์แห่งอนาคต

ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนแปลงในปี 2569 จึงไม่ใช่แค่การปรับเปอร์เซ็นต์ภาษี แต่คือการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม

📊 อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ปี 2569 จำแนกตามประเภทรถ

ภาษีสรรพสามิตหรือ ภาษีรถยนต์ ในปี 2569 ประกอบด้วยหลายกลุ่ม โดยมีการจัดเก็บภาษีแตกต่างกันตามประเภทของรถและระดับการปล่อย CO₂ ดังนี้:

🚗 1. รถยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine – ICE)

เกณฑ์การปล่อย CO₂อัตราภาษีสรรพสามิตปี 2569
≤100 g/km13%
101–120 g/km22%
121–150 g/km25%
151–200 g/km29%
>200 g/km34%
*(หมายเหตุ: สำหรับเครื่องยนต์ใหญ่หรือรถหรูที่มากกว่า 3.0 ลิตร อัตราอาจสูงถึง 50%)

การปรับอัตราภาษีนี้สะท้อนเป้าหมายชัดเจนว่ารถยนต์ที่ปล่อยมลพิษสูงจะถูกตั้งภาษีสูงขึ้น เพื่อส่งเสริมการเลือกซื้อรถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

🔋 2. รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Battery Electric Vehicles – EV)

สำหรับรถ EV หรือรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ภาษีสรรพสามิตจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเครื่องยนต์สันดาปอย่างมีนัยสำคัญ เช่น BEV ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งถูกกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปอย่างชัดเจน

⚡ 3. รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicles – PHEV)

โครงสร้างภาษีใหม่สำหรับ PHEV จัดเก็บตามช่วงระยะทางไฟฟ้าที่สามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

  • ระยะทางไฟฟ้า ≥ 80 กม. : ประมาณ 5%
  • ระยะทางไฟฟ้า < 80 กม. : ประมาณ 10%
    การจัดเก็บดังกล่าวช่วยผลักดันให้ผู้ผลิตออกแบบรถที่ใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้นเพื่อให้ได้อัตราภาษีที่ต่ำลง

📈 ผลกระทบของโครงสร้างภาษีรถยนต์ปี 2569 ต่อผู้ใช้รถทั่วไป

🚙 1. ราคา “ป้ายแดง” อาจปรับขึ้นหรือลงตามเทคโนโลยี

โครงสร้างภาษีใหม่ทำให้รถ ICE โดยเฉพาะรถที่ปล่อยมลพิษสูงมีภาระภาษีมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาจำหน่ายป้ายแดงสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รถ EV และ PHEV อาจได้ประโยชน์จากอัตราภาษีที่ต่ำกว่า ทำให้ราคาเริ่มต้นลดลงหรือต่ำกว่าเดิม

🛠️ 2. ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้ใช้ รถมือสอง

ผู้ที่มองหารถยนต์มือสองควรพิจารณาภาษีใหม่อย่างใกล้ชิด เพราะถึงแม้จะเป็น รถมือสอง ที่จดทะเบียนก่อนปี 2569 แต่ต้นทุนภาษีตอนซื้อป้ายแดงและมูลค่าตลาดรถประเภทต่าง ๆ จะได้รับอิทธิพลจากโครงสร้างภาษีใหม่อย่างต่อเนื่อง

⚖️ 3. การประเมินมูลค่ารถเพื่อซื้อขายและใช้ในการคำนวณภาษีประจำปี

การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยังมีผลต่อ “ภาษีประจำปี” ที่เจ้าของรถต้องชำระ โดยข้อมูลภาษีสรรพสามิตใหม่ยังเข้าไปเกี่ยวข้องกับฐานมูลค่ารถยนต์ในการคำนวณภาษีรายปี ซึ่งกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายประจำปีของผู้ขับขี่

📌 แนวโน้มภาษีในอนาคตหลังปี 2569

โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ไม่ได้จบที่ปี 2569 เพราะแผนระยะยาวยังรวมถึงการปรับอัตราตามช่วงปี 2570–2573 ขึ้นไป โดยขึ้นอยู่กับการปล่อย CO₂ และเทคโนโลยีที่ใช้ระบบช่วยเหลือขั้นสูง (ADAS) รวมถึงมาตรการสนับสนุนการผลิตในประเทศเพื่อให้เข้ากับทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

📊 ตารางสรุปอัตราภาษีสรรพสามิตเด่นในปี 2569 (ภาพรวม)

กลุ่มรถยนต์เกณฑ์ภาษีอัตราภาษีใหม่
ICE ≤ 100 g/kmเครื่องยนต์ ≤ 3.0L~13%
ICE 101–120 g/kmเครื่องยนต์ ≤ 3.0L~22%
ICE 121–150 g/kmเครื่องยนต์ ≤ 3.0L~25%
ICE 151–200 g/kmเครื่องยนต์ ≤ 3.0L~29%
ICE > 200 g/kmเครื่องยนต์ ≤ 3.0L~34%
BEV~2%
PHEV ≥80 km~5%
PHEV <80 km~10%
(ตัวเลขเหล่านี้เป็นอัตราที่ประกาศในปี 2569 และอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศราชการอย่างเป็นทางการ)

🧠 ทำไมผู้ใช้รถควรเข้าใจโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่

  1. การวางแผนงบประมาณการซื้อรถยนต์: ช่วยคำนวณภาษีสรรพสามิตก่อนซื้อ
  2. การคำนวณค่าใช้จ่ายรายปี: ภาษีรายปีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
  3. เปรียบเทียบต้นทุนระยะยาว: โดยเฉพาะระหว่างรถแบบต่าง ๆ
  4. ตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่คุ้มค่า: EV/PHEV vs. ICE

ผู้ใช้รถทุกคน รวมถึงผู้ที่คิดจะซื้อ รถมือสอง ควรศึกษาภาษีสรรพสามิตใหม่ให้เข้าใจ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นและวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

ประกันภัยรถยนต์ปี 2569 แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

โดยหลักแล้ว ประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย ยังคงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่

  1. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
  2. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

แต่หากลงลึกในรายละเอียด จะสามารถแบ่งย่อยออกได้หลายรูปแบบ ซึ่งในปี 2569 ยังคงใช้โครงสร้างเดียวกัน แต่มีการปรับเงื่อนไขและความคุ้มครองให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้รถที่เปลี่ยนไป

1. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)

พ.ร.บ. คืออะไร

พ.ร.บ. รถยนต์ คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับตามกฎหมาย ที่รถทุกคันต้องมี หากไม่มีจะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้

ความคุ้มครองของ พ.ร.บ.

  • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
  • ค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • คุ้มครองเฉพาะ “บุคคล” ไม่คุ้มครองตัวรถหรือทรัพย์สิน

ข้อจำกัดของ พ.ร.บ.

แม้ พ.ร.บ. จะเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่ความคุ้มครองมีวงเงินจำกัด และไม่ครอบคลุมความเสียหายต่อตัวรถยนต์ จึงไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานจริงในปี 2569

2. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

ประกันภาคสมัครใจคือประกันที่ผู้ใช้รถเลือกซื้อเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความคุ้มครองให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้

🔹 ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คือรูปแบบที่ให้ความคุ้มครองสูงที่สุด เหมาะสำหรับรถใหม่ รถราคาสูง หรือ รถมือสองสภาพดี

ความคุ้มครอง

  • คุ้มครองอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี
  • คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม
  • คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณี
  • ซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง (ตามเงื่อนไข)

เหมาะกับใคร

  • ผู้ใช้รถเป็นประจำ
  • ผู้ขับขี่ในเมืองใหญ่
  • รถใหม่หรือรถที่ยังมีมูลค่าสูง

🔹 ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+

ประกันชั้น 2+ เป็นทางเลือกยอดนิยมในปี 2569 สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 แต่ค่าเบี้ยประหยัดกว่า

ความคุ้มครอง

  • คุ้มครองกรณีชนกับยานพาหนะทางบกที่ระบุคู่กรณีได้
  • คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้
  • คุ้มครองคู่กรณี

เหมาะกับใคร

  • รถอายุ 5–10 ปี
  • รถมือสอง ที่ยังใช้งานดี
  • ผู้ต้องการลดค่าเบี้ยแต่ยังอยากได้ความคุ้มครองหลัก

🔹 ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+

ประกันชั้น 3+ พัฒนามาจากประกันชั้น 3 เพิ่มความคุ้มครองตัวรถในกรณีชนกับรถยนต์

ความคุ้มครอง

  • คุ้มครองคู่กรณี
  • คุ้มครองรถเราเฉพาะกรณีชนกับรถ
  • ไม่คุ้มครองรถหายหรือไฟไหม้

เหมาะกับใคร

  • รถอายุหลายปี
  • ใช้งานทั่วไป
  • ผู้ต้องการประกันในงบประมาณจำกัด

🔹 ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3

เป็นประกันพื้นฐานที่สุดในกลุ่มภาคสมัครใจ

ความคุ้มครอง

  • คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณี
  • ไม่คุ้มครองตัวรถผู้เอาประกัน

เหมาะกับใคร = ผู้ใช้รถน้อย รถเก่ามาก รถมูลค่าไม่สูง

ถ้าขาดประกันภัยรถยนต์ จะเกิดอะไรขึ้นในปี 2569

1. ขาด พ.ร.บ. รถยนต์ = ผิดกฎหมายทันที

พ.ร.บ. คือประกันที่ “รถทุกคันต้องมี”

หากรถยนต์ของคุณ ขาด พ.ร.บ. ในปี 2569 จะถือว่า ผิดกฎหมายโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือ รถมือสอง

ผลทางกฎหมาย

  • ไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้
  • หากถูกตรวจพบ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • รถอาจถูกสั่งห้ามใช้งานชั่วคราว

ระบบในปี 2569 จะตรวจสอบสถานะ พ.ร.บ. แบบเรียลไทม์ ทำให้หลีกเลี่ยงได้ยากกว่าในอดีต

2. ขาดประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เสี่ยงค่าใช้จ่ายมหาศาล

แม้ประกันภาคสมัครใจจะไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติ การไม่มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คือการเปิดรับความเสี่ยงเต็มรูปแบบ

กรณีเกิดอุบัติเหตุ

หากคุณเป็นฝ่ายผิด และไม่มีประกันภัยรถยนต์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะตกเป็นของคุณ เช่น

  • ค่าซ่อมรถคู่กรณี
  • ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะ

เพียงอุบัติเหตุครั้งเดียว อาจมีค่าใช้จ่ายหลักแสนถึงหลักล้านบาท

3. รถเสียหาย ไม่มีใครช่วยจ่ายแม้แต่บาทเดียว

หากรถของคุณประสบอุบัติเหตุโดยไม่มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

  • ค่าซ่อมรถทั้งหมดต้องจ่ายเอง
  • ไม่มีบริการรถใช้ระหว่างซ่อม
  • ไม่มีเจ้าหน้าที่ประกันช่วยเจรจาคู่กรณี

สำหรับผู้ใช้ รถมือสอง ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายซ่อมสูงกว่ารถใหม่ การไม่มีประกันยิ่งเพิ่มภาระทางการเงินอย่างมาก

4. รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม = สูญเงินทั้งคัน

หนึ่งในความเสี่ยงใหญ่ของการขาดประกันภัยรถยนต์ คือกรณี รถหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ

  • ไม่มีเงินชดเชย
  • ไม่มีเงินทดแทน
  • ต้องรับความเสียหายทั้งหมดเอง

ในปี 2569 ที่ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้น ความเสี่ยงนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

5. ปัญหาใหญ่เมื่อต้องขึ้นศาลหรือมีคดีความ

หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

  • คุณต้องรับผิดชอบทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา
  • ไม่มีทนายจากบริษัทประกันช่วยดูแล
  • เสี่ยงถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายระยะยาว

การมีประกันภัยรถยนต์ช่วยลดภาระตรงนี้ได้อย่างมาก แต่เมื่อขาดประกัน ความเสี่ยงจะตกอยู่กับผู้ขับขี่ทั้งหมด

6. ขาดประกัน ส่งผลต่อการขายรถในอนาคต

ในตลาดปี 2569 ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับประวัติรถมากขึ้น

  • รถที่ขาดประกันต่อเนื่อง อาจถูกมองว่าไม่มีการดูแล
  • มูลค่าขายต่อของ รถมือสอง ลดลง
  • ดีลเลอร์อาจกดราคาหรือปฏิเสธรับซื้อ

ประกันภัยรถยนต์จึงไม่ใช่แค่เรื่องคุ้มครอง แต่ส่งผลถึง “มูลค่าทรัพย์สิน” ในระยะยาว

7. เทคโนโลยีปี 2569 ทำให้การไม่มีประกันเสี่ยงกว่าเดิม

ปี 2569 เป็นปีที่ระบบต่าง ๆ เชื่อมโยงกันมากขึ้น

  • กล้องจราจร
  • ระบบตรวจสอบทะเบียน
  • ฐานข้อมูลกรมการขนส่ง

การขาดประกันภัยรถยนต์จะถูกตรวจสอบได้ง่าย และส่งผลต่อการใช้รถในชีวิตประจำวันมากกว่าที่เคย

ใครบ้างที่เสี่ยง “ลืมต่อประกัน” มากที่สุด

  • ผู้ใช้รถไม่บ่อย
  • ผู้ใช้ รถมือสอง ที่คิดว่ารถไม่ใหม่แล้ว
  • ผู้ที่เปลี่ยนรถแต่ลืมย้ายประกัน
  • ผู้ที่คิดว่าขับเก่ง ไม่เกิดอุบัติเหตุ

ความจริงคือ อุบัติเหตุไม่เลือกเวลา และไม่เลือกคน

วิธีป้องกันปัญหาขาดประกันภัยรถยนต์ในปี 2569

1.ตั้งแจ้งเตือนวันหมดอายุประกัน

2.ตรวจสอบสถานะประกันทุกครั้งก่อนต่อภาษี

3.เลือกประกันให้เหมาะกับการใช้งานจริง

4.อย่าต่อเฉพาะ พ.ร.บ. แต่ไม่มีประกันสมัครใจ

5.เลือกบริษัทประกันที่มีบริการหลังการขายชัดเจน

ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ปี 2569 แบบถูกต้อง ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ ผู้ใช้รถควรเตรียมเอกสารและเงื่อนไขสำคัญดังนี้

เอกสารพื้นฐานที่ต้องใช้

  1. สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน)
  2. หลักฐานการทำ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ที่ยังไม่หมดอายุ
  3. ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (กรณีรถเข้าข่ายต้องตรวจ)

หมายเหตุ: รถใหม่และ รถมือสอง ใช้เอกสารชุดเดียวกัน

รถแบบไหนต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษี

ในปี 2569 เงื่อนไขการตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษียังคงอิงตามอายุรถ ดังนี้

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล อายุเกิน 7 ปี
  • รถจักรยานยนต์ อายุเกิน 5 ปี
  • รถประเภทอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

การตรวจสภาพต้องทำที่สถานตรวจสภาพเอกชน (ตรอ.) หรือสถานที่ที่กรมการขนส่งทางบกรับรองเท่านั้น

ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ปี 2569 แบบละเอียดทุกขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบวันหมดอายุภาษีรถยนต์

  • ดูจากสติ๊กเกอร์หน้ารถ
  • ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก
  • ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax

แนะนำให้ต่อภาษีล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน

ขั้นตอนที่ 2: ต่อ พ.ร.บ. ประกันภัยรถยนต์

การมี ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นเงื่อนไขสำคัญ หากไม่มีจะไม่สามารถต่อภาษีได้

  • สามารถซื้อ พ.ร.บ. ผ่านบริษัทประกัน
  • ซื้อผ่านออนไลน์
  • ซื้อที่สำนักงานขนส่งหรือจุดบริการ

ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสภาพรถ (ถ้าจำเป็น)

หากรถของคุณเข้าข่ายต้องตรวจสภาพ

  • นำรถไปตรวจที่ ตรอ.
  • รับใบรับรองการตรวจสภาพ
  • ใบรับรองมีอายุใช้งานจำกัด ต้องนำไปต่อภาษีทันที

ขั้นตอนที่ 4: เลือกช่องทางต่อภาษีรถยนต์

ในปี 2569 มีหลายช่องทางให้เลือก ดังนี้

🔹 ต่อภาษีที่สำนักงานขนส่ง

  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลโดยตรง
  • ใช้เอกสารฉบับจริง

🔹 ต่อภาษีผ่านเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก

  • สะดวก รวดเร็ว
  • ชำระเงินออนไลน์
  • รอรับป้ายภาษีทางไปรษณีย์

🔹 ต่อภาษีผ่านแอป DLT Vehicle Tax

  • ทำได้ทุกที่ทุกเวลา
  • ตรวจสอบสถานะย้อนหลังได้

🔹 ต่อภาษีผ่านธนาคารหรือเคาน์เตอร์บริการ

  • ธนาคารที่ร่วมรายการ
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส

ขั้นตอนที่ 5: ชำระค่าภาษีรถยนต์

อัตราภาษีรถยนต์ปี 2569 ยังคงคำนวณจาก

  • ขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี)
  • ประเภทรถ
  • อายุการใช้งาน

รถที่ใช้งานนานจะได้รับส่วนลดภาษีตามปีที่กำหนด

ขั้นตอนที่ 6: รับป้ายภาษีและติดสติ๊กเกอร์

หลังจากชำระเงินเรียบร้อย

  • รับป้ายภาษี
  • ติดสติ๊กเกอร์ที่กระจกหน้ารถ
  • เก็บเอกสารเป็นหลักฐาน

ต่อภาษีรถยนต์ช้า มีผลอย่างไรในปี 2569

หากต่อภาษีล่าช้า

  • เสียค่าปรับ 1% ต่อเดือน
  • สูงสุดไม่เกิน 100% ของค่าภาษี
  • หากขาดเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนใหม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์

คำถาม : ต่อภาษีโดยไม่มี พ.ร.บ. ได้หรือไม่?

คำตอบ : ไม่ได้ เพราะ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เป็นเงื่อนไขหลัก

คำถาม : รถมือสองต้องทำอะไรเพิ่มหรือไม่?

คำตอบ : ไม่ต้อง ขั้นตอนเหมือนรถใหม่ทุกประการ

คำถาม : ต่อภาษีล่วงหน้าได้กี่วัน?

คำตอบ : ไม่เกิน 90 วันก่อนวันหมดอายุ

ข้อควรระวังที่หลายคนมักพลาด

  • ลืมตรวจวันหมดอายุ พ.ร.บ.
  • ตรวจสภาพรถก่อนกำหนดนานเกินไป
  • ข้อมูลทะเบียนไม่ตรง
  • ชำระเงินแล้วลืมติดป้ายภาษี

รถมือสองกับภาษีและประกันภัยรถยนต์ เรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

แม้ขั้นตอนการใช้งานรถใหม่และรถมือสองจะดูคล้ายกัน แต่ในความเป็นจริง รถมือสอง มีความเสี่ยงซ่อนอยู่หลายจุด เช่น

  • ประวัติการต่อภาษีไม่ต่อเนื่อง
  • ประกันภัยขาดช่วง
  • ข้อมูลเจ้าของรถไม่อัปเดต
  • พ.ร.บ. หมดอายุโดยไม่รู้ตัว

ปัญหาเหล่านี้อาจไม่แสดงออกทันที แต่จะส่งผลเมื่อถึงเวลาต่อภาษี ตรวจสภาพ หรือเกิดอุบัติเหตุ

1. ภาษีรถยนต์ของรถมือสอง: ตรวจให้ชัดก่อนใช้งาน

ภาษีรถยนต์คืออะไร

ภาษีรถยนต์ประจำปีคือค่าธรรมเนียมที่เจ้าของรถต้องชำระให้กรมการขนส่งทางบก เพื่อให้รถสามารถใช้งานบนถนนได้อย่างถูกกฎหมาย ไม่ว่ารถใหม่หรือ รถมือสอง ก็ต้องต่อภาษีทุกปี

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับรถมือสอง

  1. ภาษีค้างชำระจากเจ้าของเดิม
    รถบางคันอาจมีภาษีค้างย้อนหลัง ซึ่งผู้ซื้อใหม่อาจต้องเป็นผู้รับภาระแทน หากไม่ตรวจสอบให้ดี
  2. ภาษีใกล้หมดอายุ
    รถมือสองจำนวนมากถูกขายในช่วงใกล้หมดภาษี ผู้ซื้อควรตรวจสอบวันหมดอายุทันทีหลังรับรถ
  3. รถขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี
    รถที่ขาดภาษีเกิน 3 ปี จะต้องดำเนินการจดทะเบียนใหม่ ซึ่งมีขั้นตอนยุ่งยากและค่าใช้จ่ายสูง

2. รถมือสองกับการตรวจสภาพก่อนต่อภาษี

รถมือสองต้องตรวจสภาพเมื่อใด

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล อายุเกิน 7 ปี
  • รถจักรยานยนต์ อายุเกิน 5 ปี

การตรวจสภาพเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนต่อภาษี หากไม่ผ่านจะไม่สามารถต่อภาษีได้

จุดที่ควรระวัง

  • รถมือสองที่สภาพไม่สมบูรณ์
  • ระบบไฟ เบรก หรือช่วงล่างมีปัญหา
  • โครงสร้างรถเคยชนหนักมาก่อน

ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเพื่อให้ผ่านตรวจ อาจสูงกว่าที่คาดไว้

3. ประกันภัยรถยนต์กับรถมือสอง: ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท

  • ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
  • ประกันภัยภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, 3)

สำหรับ รถมือสอง การเลือกประกันที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างมาก เพราะสภาพรถและมูลค่ารถแตกต่างจากรถใหม่

4. พ.ร.บ. รถยนต์: เงื่อนไขหลักที่ขาดไม่ได้

ทำไม พ.ร.บ. ถึงสำคัญ

  • เป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมาย
  • ใช้สำหรับต่อภาษีรถยนต์
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ

สิ่งที่ต้องระวัง

  • พ.ร.บ. ของเจ้าของเดิมอาจหมดอายุ
  • บางกรณี พ.ร.บ. ไม่ได้โอนตามรถ
  • ต้องซื้อใหม่ทุกครั้งเมื่อหมดอายุ

5. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ: เลือกให้เหมาะกับรถมือสอง

ปัญหาที่พบบ่อย

  • บริษัทประกันปฏิเสธรับประกันรถอายุมาก
  • เบี้ยประกันสูงกว่าที่คาด
  • คุ้มครองไม่ครอบคลุมความเสียหายจริง

แนวทางเลือกประกันสำหรับรถมือสอง

  • รถอายุไม่เกิน 5 ปี → ประกันชั้น 1 หรือ 2+
  • รถอายุ 6–10 ปี → ประกันชั้น 2+ หรือ 3+
  • รถอายุมาก → ประกันชั้น 3

6. หากขาดประกันภัยรถยนต์ จะเกิดอะไรขึ้น

สำหรับ รถมือสอง ที่ขาดประกันภัยรถยนต์

  • ต่อภาษีไม่ได้ (กรณีขาด พ.ร.บ.)
  • ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเองทั้งหมด
  • เสี่ยงปัญหาคดีความหากเกิดอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว อาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายหลักแสนถึงหลักล้านบาท

7. ปัญหาการโอนกรรมสิทธิ์ที่กระทบภาษีและประกัน

หากโอนรถไม่สมบูรณ์

  • ภาษีอาจยังผูกกับเจ้าของเดิม
  • ประกันภัยไม่คุ้มครองผู้ใช้จริง
  • เกิดปัญหาเมื่อต้องเคลม หรือขายต่อ

การโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อยจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากสำหรับรถมือสอง

8. เช็กลิสต์ก่อนใช้งานรถมือสองอย่างถูกต้อง

1.ตรวจสอบการโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อย

2.ตรวจสอบสถานะภาษีย้อนหลัง

3.เช็กวันหมดอายุ พ.ร.บ.

4.ตรวจสอบประกันภัยภาคสมัครใจ

5.ตรวจสภาพรถตามอายุการใช้งาน

กฎหมายใหม่ปี 2569 ที่คนใช้รถต้องรู้

1. ระบบเชื่อมข้อมูล “ภาษีรถยนต์” กับ “ประกันภัยรถยนต์”

หนึ่งในกฎหมายใหม่ที่สำคัญที่สุด คือ การเชื่อมโยงข้อมูลภาษีรถยนต์กับประกันภัยรถยนต์แบบอัตโนมัติ ผ่านฐานข้อมูลกลางของกรมการขนส่งทางบก

สิ่งที่เปลี่ยนไป

  • หากไม่มี ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จะไม่สามารถต่อภาษีได้ทันที
  • ระบบตรวจสอบแบบเรียลไทม์ ไม่สามารถใช้เอกสารปลอมหรือข้อมูลย้อนหลังได้
  • ลดปัญหารถที่ใช้งานโดยไม่มีประกันบนท้องถนน

ผลคือ ผู้ใช้รถต้องใส่ใจสถานะประกันและภาษีมากขึ้นกว่าที่เคย

2. เพิ่มโทษปรับกรณีใช้รถขาดภาษี

ในปี 2569 กฎหมายเพิ่มความเข้มงวดสำหรับผู้ที่ใช้รถ ขาดต่อภาษีรถยนต์

โทษและผลกระทบ

  • ปรับเงินสูงขึ้นตามระยะเวลาที่ขาด
  • เสี่ยงถูกระงับการใช้งานรถ
  • หากขาดภาษีเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนรถใหม่

ระบบกล้องและฐานข้อมูลทะเบียนรถ ทำให้การหลีกเลี่ยงตรวจจับทำได้ยากกว่าในอดีตอย่างมาก

3. การตรวจสภาพรถเข้มงวดขึ้นกว่าทุกปี

กฎหมายใหม่ปี 2569 กำหนดให้ การตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษี มีความละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะรถที่มีอายุการใช้งานสูง

จุดที่ตรวจเข้มขึ้น

  • ระบบเบรกและช่วงล่าง
  • ระบบไอเสียและมลพิษ
  • โครงสร้างรถและความปลอดภัย

รถที่สภาพไม่สมบูรณ์จะไม่ผ่านการตรวจ และไม่สามารถต่อภาษีได้จนกว่าจะแก้ไขเรียบร้อย

4. ข้อมูลรถยนต์ทุกคันเข้าสู่ “ฐานข้อมูลกลาง”

กฎหมายใหม่กำหนดให้ ข้อมูลรถยนต์ทุกคันในประเทศ ถูกบันทึกเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง ไม่ว่าจะเป็น

  • ข้อมูลทะเบียน
  • ประวัติภาษี
  • ประวัติประกันภัยรถยนต์
  • ประวัติการตรวจสภาพ

ประโยชน์ของระบบนี้

  • เพิ่มความโปร่งใส
  • ลดการใช้รถผิดกฎหมาย
  • เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน
  • ช่วยให้ผู้ซื้อรถมือสองตรวจสอบประวัติได้ง่ายขึ้น

การเข้าใจกฎหมายเหล่านี้ จะช่วยให้คุณใช้รถได้อย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับมาตรฐานของ CARS X

สรุป : ภาษีและประกันภัยรถยนต์ คือเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ในปี 2569

ปี 2569 เป็นปีที่ระบบรถยนต์ไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ การมี ประกันภัยรถยนต์ ที่ถูกต้องและต่อภาษีตรงเวลา ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือการปกป้องตัวคุณเองและผู้อื่นบนท้องถนน ไม่ว่าคุณจะใช้รถใหม่หรือ รถมือสอง การวางแผนเรื่องภาษีและประกันคือสิ่งที่ CARS X ย้ำกับลูกค้าทุกคนเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ ความเสี่ยง และปัญหาทางกฎหมายในระยะยาว

CARS X ทุกการขับขี่มีรอยยิ้ม 😊

สำหรับท่านใดที่สนใจออกรถที่ CARS X หรืออยากชมรถ อยากทดลองขับ ก็สามารถมาได้ที่ CARS X สาขาใกล้บ้านคุณ หรือรับชมสินค้าทั้งหมด  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official ออกรถที่ CARS X ออกรถเพียง 𝟱𝟱 บาท รับประกัน 𝟱 ปี 𝟱𝟬,𝟬𝟬𝟬 กม. 🧡

ข่าวสารอื่นๆ

✈️✨ ข่าวดีแห่งความภาคภูมิใจของ CARS X ✨✈️

✈️✨ ข่าวดีแห่งความภาคภูมิใจของ CARS X ✨✈️

อ่านต่อ...
CARS X Certified มาตรฐานที่เหนือกว่า ทำไมต้องตรวจเช็ก 210 จุด?

CARS X Certified มาตรฐานที่เหนือกว่า ทำไมต้องตรวจเช็ก 210 จุด?

อ่านต่อ...
คุ้มสุดซื้อรถที่ CARS X ผ่าน one2car รับส่วนลด B-Member

คุ้มสุดซื้อรถที่ CARS X ผ่าน one2car รับส่วนลด B-Member

อ่านต่อ...
icon-contact-floating-introduce-youให้เราแนะนำคุณ
icon-contact-floating-lineแชทผ่านไลน์
icon-contact-floating-messengerFB Messenger
icon-contact-floating-phone
โทรหาเรา
ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง